Home เกี่ยวกับเรา เพื่อนบ้านเรา ฝากข่าวมานะ

Wednesday, October 8, 2008

“อินดี้ อินทาวน์” ตลาดนัดคนมีไอเดีย โรงเรียนสร้างเถ้าแก่น้อยข้างถนน

ถ้าพูดถึงตลาดนัดเปิดท้ายขายของ ในเมืองไทยคงมีหลายแห่ง แต่ที่ถือเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนต้องยกให้ “ตลาดอินดี้ อินทาวน์” ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ณ ลานเซ็นเตอร์พ้อยท์ ใจกลางย่านสยามสแควร์ ซึ่งเคยเป็น Talk of The Town และกระแสแรงที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มวัยรุ่นในกรุงเทพฯ จนถึงทุกวันนี้

เอกลักษณ์ของตลาดอินดี้ อินทาวน์ คือ เป็นตลาดนัดแบกะดิน ขายสินค้าแฮนด์เมด สินค้าขายไอเดียที่ไม่ซ้ำแบบใครของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเท่านั้น โดยจะเปิดขายสินค้ากันเฉพาะทุกๆ วันศุกร์

เรียกได้ว่าใครที่ต้องการสินค้าขายไอเดียที่มีความแปลก ใหม่ มีชิ้นเดียวในโลก ต้องไม่พลาดที่จะมาหาซื้อได้ที่นี่


นอกจากนี้เอกลักษณ์อีกหนึ่งอย่างของตลาดอินดี้ อินทาวน์ คือ ยังมีเวทีให้กลุ่มคนดนตรีที่เรียกตัวเองว่า
“คนอินดี้” มาแสดงความสามารถอีกด้วย

จริงๆ แล้วตลาดอินดี้ อินทาวน์ไม่ใช่แค่แหล่งหาเงินของเด็กรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เด็กหลายคนเข้าไปเพราะมีไฟและฝัน จึงอยากใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นเวทีพิสูจน์ตัวเอง


ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตลาดอินดี้ อินทาวน์กลายเป็นจุดนัดพบของเด็กแนว รวมถึงกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “คนอินดี้”


วันนี้แม้ตลาดอินดี้ อินทาวน์จะถูกย้ายสถานที่ตั้งจากเซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามสแควร์มาอยู่ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์แทน แต่ก็ไม่ได้จางหายจากความเป็นตัวตนของตลาดคนรุ่นใหม่ไปเลย


ตลาดอินดี้ อินทาวน์ยังคงเห็นภาพของกลุ่มคนพลุกพล่าน และมุ่งเดินมาซื้อหาสินค้าแปลก แหวกแนวกันไม่ขาดสาย สะท้อนสีสันหลากหลายผ่านเครื่องแต่งกายที่วัยรุ่นต่างตั้งใจมาอวดโฉม


ผู้ซื้อ ก็ตั้งใจมาเลือกซื้อหาสินค้า ตัวผู้ขาย ก็ตั้งใจทำสินค้ามีไอเดียบวกคิดดีมาขาย


ภาพเหล่านี้ ได้กลายเป็นวัฒนธรรม และตัวตนของตลาดอินดี้ อินทาวน์ไปแล้ว


ทว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ การปรับรูปแบบของตลาดอินดี้ อินทาวน์ให้มีกิจกรรมที่หลากหลายขึ้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้สมบูรณ์มากขึ้น โดยอยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท อินฟินิตี้ มอลล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท อินเตอร์แฟค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กับบริษัท พรไพลิน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารโครงการตลาดอินดี้ อินทาวน์เดิม
“ศิรเดช ฐิตะฐาน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินฟินิตี้ มอลล์ จำกัด กล่าวว่า ในส่วนแรกซึ่งเป็นพื้นที่ของตลาดอินดี้ อินทาวน์ ที่เปิดให้นักเรียนนักศึกษานำสินค้าขายไอเดียมาขายทุกๆ วันศุกร์ ณ ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์จะใช้ชื่อว่า Centerpoint Indy In Town @ CentralWorld

พื้นที่ดังกล่าวมีประมาณ 500 ตารางเมตร จัดแบ่งเป็น 250 ล็อค โดยปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษามาลงทะเบียนขอขายอยู่ประมาณ 700 – 800 คน ซึ่งสิทธิ์การที่จะได้ขายในแต่ละครั้งจะมีการจับสลาก เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้ขายกัน

“ตั้งแต่ประมาณบ่ายโมงจะมีน้องๆ มาต่อคิวจับสลากกันแล้ว พอราวๆ 4 โมงเย็นร้านค้าก็เริ่มเต็ม และจะขายยาวจนถึงประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งตั้งแต่ย้ายตลาดอินดี้ อินทาวน์มาอยู่ที่หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ เราจัดขายสินค้าไปแล้วประมาณ 20 ครั้ง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากนักเรียนนักศึกษาที่มาขายสินค้าเป็นอย่างดี รวมถึงผู้ซื้อสินค้าที่มีหลากหลายกลุ่มมากขึ้น เพราะนอกจากกลุ่มนักเรียนนักศึกษาด้วยกันเองแล้ว ยังเพิ่มกลุ่มคนทำงานในย่านนั้นอีกด้วย


เราเคยรีเช็กน้องๆ บางรายที่มาขายของที่นี่ มีรายได้วันละหมื่นก็มีนะ รายได้เฉลี่ยของน้องๆ ส่วนใหญ่ ก็น่าจะอยู่ที่ 3,000-5,000 บาทต่อวัน เพราะฉะนั้นจะมีเงินหมุนเวียนอยู่ในนี้เกือบล้านบาทเลยทีเดียว เงินเหล่านั้นก็จะเข้าตัวเด็กล้วนๆ


ที่นี่จึงถือเป็นโรงเรียนสอนเถ้าแก่ตัวน้อย ให้กลายเป็นเถ้าแก่ใหญ่ในอนาคต บางคนขายของที่นี่ ทำจนเรียนจบแล้วกลายเป็นเถ้าแก่ก็มีหลายราย ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เด็กได้พัฒนาตนเองไปสู่อนาคตที่ดี ซึ่งเราก็พยายามจะใส่เนื้อหาสาระลงไปในกิจกรรมที่ทำพอสมควร เพื่อให้เขามีพัฒนาการที่ดีขึ้น แล้วจะสามารถเป็นเถ้าแก่ที่ดีได้ในอนาคต” ศิรเดช กล่าว และเล่าต่อว่า


ความเป็นตัวตนของตลาดอินดี้ อินทาวน์ คือ เป็นตลาดขายสินค้าทำมือของกลุ่มคนอินดี้ และอีกด้านของตลาดจะมีเวทีดนตรี โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันแสดงในแต่ละครั้ง โดยในส่วนแรกเป็นเวที “Indy Show” สำหรับคนอินดี้ที่อยากจะเกิด เป็นเวทีสาธารณะให้คนรุ่นใหม่มาเล่นกันฟรี ให้เขาได้กล้าคิด กล้าแสดงออก

อีกส่วนหนึ่งจะเรียกว่า
“Music chic Show” เวทีนี้จะเป็นกลุ่มคนที่เริ่มมีชื่อเสียงแล้ว ก็จะมาแสดงเพื่อเอ็นเตอร์เทนคนดู เช่น เฟย์-ฟาง-แก้ว, Kotic เป็นต้น จะมาโชว์เป็นระยะๆ

“เราอยากให้ที่นี่เป็นแนวอินดี้ ง่ายๆ แบกับพื้นเลย อันนี้ถือเป็นคอนเซ็ปต์ที่ค่อนข้างแตกต่าง ไม่มีที่อื่นเลย แต่ว่าการนั่งพื้นนี้ ก็นั่งพื้นแบบมีพรมรอง เป็นระเบียบ ทุกคนต้องอยู่ในกรอบของตัวเอง ไม่ล้ำเส้น มันง่ายๆ สบายๆ แต่แฝงถึงความมีระเบียบ ทุกคนอยู่ในแถวของตัวเอง ไม่ล้ำเส้นกัน คนเดินซื้อก็จะเดินกันเป็นแถว ถ้าคนเยอะก็ค่อยๆ ไหลกันไป มันกลายเป็นวัฒนธรรมคนการซื้อการขายของที่นี่ไปแล้ว”


อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจัดทำตลาดอินดี้ อินทาวน์เพื่อสร้างสังคมเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมานั้น ก็เพื่อต้องการซัพพอร์ตพื้นที่ในโซนที่จะทำเป็นธุรกิจ โดยจะจัดเป็นพื้นที่ถาวรในโครงการ Center Point @ Central World ซึ่งเตรียมที่จะเปิดตัวอย่างป็นทางการในปลายเดือนตุลาคมนี้


ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นบริเวณชั้น 7 และ 8 ของเซ็นทรัลเวิล์ด ซึ่งใช้เนื้อที่กว่า 10,000 ตารางเมตร
สร้างฟังก์ชั่นที่หลากหลาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Asian Pop ให้กลุ่มวัยรุ่นได้ทำกิจกรรมในด้านต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายให้โครงการเป็น “The Ultimate Teen setter of Asia by 2010” ศูนย์รวมกลุ่มวัยรุ่นที่ล้ำสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ภายในปี 2010 เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางของกลุ่มวัยรุ่นจากทั่วทุกมุมโลก

สำหรับภายในพื้นที่ถาวรนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซน Technotainment ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีในรูปแบบความบันเทิง อาทิเช่น Bangkok Online Game Arena ศูนย์เล่นและแข่งขันเกมออนไลน์แบบถาวร, Gadget Square ศูนย์จำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยี, Animation World ศูนย์รวมการเรียนการสอน ตลอดจน Showcase นวัตกรรมด้าน Animation และ Multimedia เป็นต้น

และ
โซน Urban Life Entertainment ซึ่งประกอบด้วยโหมดธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าและให้บริการสิ่งล้ำสมัย เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่จะเป็นกระแสในอนาคต ได้แก่ Playhouse โรงละครขนาด 700 ที่นั่ง ให้นักศึกษาและคนทั่วไปแสดงความสามารถด้านการละครเวที มายากล คอนเสิร์ต, Club Pop Asia ศูนย์จำหน่ายสินค้าศิลปินเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง, Asian Fashion Street แหล่งช็อปปิ้งเสื้อผ้า เครื่องประดับแฟชั่นแนวถนนฮาราจูกุ ซินจูกุ มองก๊อก และนัมแดมุน, Cartoon World ศูนย์รวมการ์ตูนจากสำนักพิมพ์ ทั้งค่ายตะวันออกและตะวันตก เป็นต้น

“โดยภาพรวมแล้ว เรายังคงคาแร็คเตอร์เดิมที่สยามสแควร์เอาไว้ เพียงแต่จะมีความสมบูรณ์ของการให้บริการมากขึ้น และหลากหลายขึ้น ตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น แล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย อย่างที่สยามสแควร์จะมีแค่ลานกิจกรรม และเวทีเล็กๆ ให้เด็กได้แสดงออก แต่พอย้ายมาที่เซ็นทรัลเวิลด์ กิจกรรมจะหลากหลายมากขึ้น


ถ้ามองภาพใหม่ของที่นี่ เราจะไม่เรียกว่าศูนย์การค้า แต่เรามองว่าภาพมันคือ Society มันคือสังคม คอมมูนิตี้ของเด็กๆ วัยทีน โดยสังคมที่นี่เด็กๆ สามารถทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ได้ทำร่วมกับเพื่อนๆ มีเวทีให้เขาได้แสดงออกด้วย” ศิรเดช ชี้ให้เห็นคาแร็คเตอร์ของโครงการ Center Point @ Central World


ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ถาวรที่อยู่ในตัวอาคารบริเวณชั้น 7 และ 8 ของเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Asian Pop (J Pop, K Pop และ T Pop) ถือเป็นพื้นที่ธุรกิจที่เป็นรายได้ของบริษัทจริงๆ แต่เงื่อนไขธุรกิจเป็นอย่างไรต้องไปติดต่อกันเอง


แหล่งข่าวจาก Manager.co.th




Related Posts :



No comments:

Post a Comment

Yak Lhao Board

แชร์เรื่องอยากเล่า

อ่านบอร์ดแชร์เรื่องอยากเล่า l เขียนกระทู้

อยากเล่าเรื่องงาน

อ่านบอร์ดอยากเล่าเรื่องงาน l เขียนกระทู้

อยากเล่าเรื่องสัตว์เลี้ยง

อ่านบอร์ดอยากเล่าสัตว์เลี้ยง l เขียนกระทู้

Join 4Shared Now!